Author Archives: adminsforit

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Published / by adminsforit

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เป็นพระราชพิธีจัดขึ้นเพื่อถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย โดยจัดขึ้น ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง  ในวันที่ 25 – 29 ตุลาคม 2560 พระราชพิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย ซึ่งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เริ่มมีการเตรียมการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เรื่อยมา ได้มีการออกแบบพระเมรุมาศ อาคารประกอบ ชิ้นส่วนไม้จันทร์หอมจำนวนหลายตันเพื่อนำมาสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งพระราชพิธีนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยพิธีจะเริ่มในวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เรื่อยมาจนถึงวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้นจะจัดในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 22.00 น. สำหรับภายในงานพระราชพิธีนั้นคาดว่าจะมีประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมพระราชพิธีจำนวนกว่าล้านคนบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวง

นอกจากนี้แล้วยังมีการยึดหลักธรรมเนียมที่มีมาตั้งแต่โบราณคือ การจัดแสดงมหรสพสมโภชในงานออกพระเมรุ เป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดกันมาซึ่งเป็นพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์ โดยจะมีเวทีมหรสพขนาดใหญ่ถึง 3 เวที รวมถึงมีหนังใหญ่จัดขึ้นด้านทิศเหนือ เวทีการแสดงละครโขนจัดขึ้นทางทิศตะวันออก และเวทีสากลจัดทางทิศตะวันตก ซึ่งจะมีทั้งการแสดงละครโขน, แสดงหุ่นหลวง, หุ่นกระบอก ซึ่งมาจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ 12 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วยศิลปินแห่งชาติ ครูนาฏศิลป์ และนิสิต-นักศึกษา ทั้งหมดประมาณ 2,000 คน

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นคาดว่าเป็นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพครั้งประวัติศาสตร์ที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

 

เหตุกาณ์น้ำล้นเหนือเขื่อน Vajont Dam อิตาลี 1963

Published / by adminsforit

เขื่อน Vajont เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของอิตาลี เป็นเขื่อนตั้งอยู่เหนือแม่น้ำ Vajont เขื่อนแห่งนี้ถือว่าเป็นเขื่อนเก่าแก่ถูกสร้างในปี 1956 แล้วเสร็จปี 1963 ในตอนนั้นมันถูกจัดให้เป็นเขื่อนคอนกรีตที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 262 เมตร ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก เขื่อน Vajont ถือว่าเป็นเขื่อนที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของป่าไม้ พืชพรรณ นานาชนิด แน่นอนว่าการสร้างเขื่อนในสมัยนั้นมีความเสี่ยงและอุปกรณ์การก่อสร้างไม่ทันสมัยเหมือนในสมัยนี้ ในช่วงการก่อสร้างเขื่อนนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการสร้างเขื่อนจำนวนหนึ่ง จนในที่สุดเขื่อนแห่งนี้ก็สามารถสร้างจนเสร็จและเปิดใช้บริการ

ในวันที่ 6 ตุลาคม ปี 1963 เกิดฝนตกอย่างหนักบริเวณเขื่อนซึ่งเขื่อนก็ไม่สามารถรับน้ำไว้ได้ทัน จึงต้องปล่อยน้ำออกมา ทางการเชื่อว่าปริมาณน้ำฝนจะไม่ส่งผลกระทบต่อเขื่อนอย่างแน่นอนจึงไม่มีการประกาศเตือนประชาชน จนกระทั่งช่วงค่ำฝนตกลงมาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดแผ่นดินขนาด 2 กิโลเมตรบริเวณภูเขาเกิดถล่มลงมา แผ่นดินถล่มดังกล่าวเกิดขึ้นรวดเร็วมากและถล่มลงสู่อ่างน้ำเหนือเขื่อน เกิดคลื่นยักษ์สูงกว่า 100 เมตรทะลักล้นออกมาจากเขื่อน น้ำปริมาณ 50 ล้านคิวบิก ท่วมลงมาจากเขื่อนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันมันไหลท่วมหมู่บ้านบริเวณใต้เขื่อนกว่า 10 หมู่บ้านถูกน้ำท่วมกวาดบ้านจนไม่เหลือซาก เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,910 ราย นับว่าเป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดอีกเหตุการณ์หนึ่งของอิตาลี นับตั้งแต่การระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียส ในปี ค.ศ 79

 

เหตุระเบิดในบอสตันมาราธอน ปี 2013

Published / by adminsforit

เหตุระเบิดในบอสตันมาราธอน เกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่เมืองบอสตัน วันที่ 15 เมษายน 2013 ขณะที่ชาวเมืองและตัวแทนผู้เข้าแข่งขันวิ่งมาราธอนนานาชาติ กำลังแข่งขันวิ่งมาราธอนเป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร มีผู้คนหลายหมื่นคนอยู่ภายในบริเวณดังกล่าว เวลาประมาณ 14.49 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งในเวลาติดต่อกัน บนถนนบอยล์สตัน ใกล้จัตุรัสโคพลีย์ ซึ่งเป็นบริเวณหน้าเส้นชัยของการแข่งขัน ลำดับเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น 2 ครั้งในเวลาติดต่อกัน ห่างกันประมาณ 180 เมตรอ้างอิงจากกล้องวิดีโอบริเวณเขตเส้นชัย กินเวลาประมาณลูกละ 12 วินาที

ลูกแรกเกิดขึ้นใกล้กับร้าน Marathon Sports ที่ตั้งอยู่ที่เลขที่ 671–673 ถนนบอยล์สตัน ส่วนลูกที่สองระเบิดที่เลขที่ 755 ถนนเดียวกัน ห่างจากลูกแรกไปทางทิศตะวันตกไปประมาณ 1 ช่วงตึก จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พบว่าระเบิดดังกล่าวนั้นเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง และถูกระบุว่าเป็นเหตุการณ์การก่อการร้าย การระเบิดนั้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ 3 ราย 1 ในจำนวนนั้นเป็นเด็กชายอายุเพียง 8 ขวบ หลังจากนั้นทางรัฐบาลสหรัฐได้ประกาศปิดการเข้า-ออกของท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศทันที เหตุการณ์ระเบิดในบอสตันมาราธอนนั้นส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขันกีฬาในประเทศหลายรายการ โดยเฉพาะการแข่งขันบาสเก็ตบอล NBA ระหว่างทีมบอสตัน และ เพเซอร์ ต้องถูกยกเลิกการแข่งขันไป และการแข่งขันฮ็อกกี้รายการ NHL ถูกเลื่อนไม่มีกำหนด รวมถึงการแข่งขันซุปเปอร์โบล์ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเนื่องจากทางผู้จัดแข่งขันกังวลถึงความปลอดภัยต่อผู้ชมการแข่งขันที่มีจำนวนมากถึง 20,000 – 30,000 คนซึ่งอาจเกิดเหตุระเบิดซ้ำขึ้นอีก นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการแข่งวิ่งมาราธอนที่อังกฤษ ที่จัดขึ้นในเดือนเมษายน 2013 ด้วย

Deepwater Horizon หายนะจากน้ำมือมนุษย์

Published / by adminsforit

เหตุการณ์หนึ่งที่อาจต้องถูกจารึกลงหน้าประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ เหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ การรั่วไหลของน้ำมันดิบจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ซึ่งเป็นเหตุการณ์การรั่วไหลที่รุนแรงที่สุด นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณโดยรอบด้วย แท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon เป็นแท่นขุดเจาะประเภทลอยน้ำได้ ซึ่งเป็นแท่นขุดน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐ เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐ

การรั่วไหลและการระเบิดเกิดขึ้นวันที่ 20 เมษายน 2010 บริเวณอ่าวเม็กซิโก จากเหตุรั่วไหลของน้ำมันดิบและเกิดประกายไฟจนทำให้เกิดการระเบิดซึ่งเปลวไฟทำให้แท่นขุดเจาะนั้นเริ่มจมลงสู่ก้นทะเลเหตุการณ์นี้กินเวลากว่า 86 วันซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กรกฎาคม 2010 มีผู้เสียชีวิตถึง 11 คน บาดเจ็บ 17 คน ส่งผลให้น้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่อ่าวเม็กซิโกนับสิบล้านแกลลอน ประมาณว่านี้เป็นการรั่วไหลของน้ำมันที่รุนแรงที่สุดในโลก แท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon เป็นแท่นขุดที่ได้รับสัมปทานของบริติชปีโตรเลียม โดยระเบิดขึ้นขณะขุดเจาะน้ำมันที่ความลึก 1,500 เมตร หลังจากเหตุการณ์ระเบิดประมาณ 3 วัน มีการประมาณว่าน้ำมันที่รั่วไหลนั้นกินอาณาบริเวณกว้างถึง 6,500 – 24,000 ตารางกิโลเมตร และปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลราว 4.9 ล้านบาร์เรล

นอกจากนี้สัตว์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น ปลาทะเล, นก, สัตว์โดยรอบ ได้รับผลกระทบราว 600,000 – 800,000 ตัวรอบชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกจำนวนนี้เป็นประชากรนกมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ภายหลังเหตุการณ์องค์การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมประกาศว่า บีพีได้ถูกสั่งห้ามในการทำสัญญาใหม่กับรัฐบาลสหรัฐชั่วคราว และต้องชดเชยค่าเสียหายราว 4,525 ล้านเหรียญ

ลักษณะแผ่นดินไหวและสึนามิ 2004

Published / by adminsforit

แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2004 นั้นถือว่าเป็นเหตุการ์ภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดที่เกิดในมหาสมุทรอินเดีย นับตั้งแต่เหตุการณ์ภูเขาไฟกรากะตัวระเบิดเมื่อปี 1883 และแผ่นดินไหวนี้ถูกจัดอยู่ในระดับแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงเป็นอันดับที่ 3 ของโลก มีขนาดประมาณ 9.1 – 9.2 แมกนิจูด เกิดขึ้นจากที่รอยเลื่อยแผ่นเปลือกโลกอินเดียมุดตัวลงไปในแผ่นเปลือกยูเรเซียซึ่งเกิดการมุดตัวมานานหลายปีแล้ว แผ่นดินไหวนี้ยังเป็นแผ่นดินไหวที่มีคาบเวลายาวนานที่สุดในโลกด้วย โดยกินเวลาประมาณ 8 – 10 นาที นอกจากบริเวณจุดเกิดแผ่นดินไหวยังกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวในจุดอื่นๆ เช่น บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์ ขนาด 7.0 แมกนิจูด และบริเวณประเทศเมียร์มาร์ด้วย นอกจากนี้แผ่นดินไหวดังกล่าวมีความรุนแรงถึงขนาดทำให้เปลือกโลกเคลื่อนตัวจากเดิมถึง 1 เซนติเมตร

แผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนี้ถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดในเขตแผ่นดินไหวขนาดเมกะทรัสต์ มีค่าโมเมนต์แผ่นดินไหวสูงในระดับศตวรรษ แม้ว่าจะไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวบ่อยเท่ากับบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกก็ตาม นับตั้งแต่เหตุภูเขาไฟกรากะตัวระเบิดเมื่อปี 1883 ในครั้งนั้นก่อเกิดสึนามิสูงถึง 40 เมตร พัดถล่มเกาะชวาและสุมาตราทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 36,000 คน ซึ่งแผ่นดินไหวในปี 2004 นับว่าเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี นับตั้งแต่ปี 1906 ถึง 2005 การปลดปล่อยพลังงานในปี 2004 นั้นนับว่ามีความรุนแรงกว่าระเบิดปรมณูถล่มฮิโรชิม่าถึง 1,000 เท่า และเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงเป็นอันดับที่ 3 ของโลกรองจาก แผ่นดินไหวที่ชิลี ปี 1960 ที่ 9.5 และ แอลาสกา ปี 1964 ระดับ 9.3

แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ปี 2004

Published / by adminsforit

นับเป็นเวลากว่า 13 ปีแล้วเหตุการณ์ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครคาดคิดที่จะเกิดขึ้นมันเป็นเช้าตรู่ที่ไม่มีวันลืม วันที่ 26 ธันวาคม 2004 เป็นวันปกติของใครหลายๆคน ทุกคนกำลังมีความสุขกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากัน จนกระทั่งเวลา 07.58 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวใต้ทะเล บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียลึกลงไปใต้พื้นทะเล 30 กิโลเมตร ประชาชนบนเกาะสุมาตราโดยเฉพาะเมืองบันดาห์ อาเจะห์ ได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนและมีความเสียหายต่อบ้านเรือน รวมถึงทางภาคใต้ของไทยก็ได้รับแรงสั่นสะเทือนไปด้วย ทุกคนคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้จบลงแล้ว แต่ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดกำลังตามมาในไม่กี่นาที

ช่วงเวลาประมาณ 08.15 น. หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูงประมาณ 40 เมตร เคลื่อนตัวเข้าถล่มชายฝั่งเมืองบันดาห์ อาเจะห์ คลื่นได้ซัดเข้าฝั่งไกลกว่า 4 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมากในเมืองประมาณการณ์ว่าประชาชนเสียชีวิตมากที่สุด

เวลา 08.45 น. คลื่นเริ่มเคลื่อนตัวเข้าถล่มชายฝั่งของประเทศไทย โดยเคลื่อนเข้าซัดถล่มชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตก่อนคลื่นความสูงกว่า 8 – 10 เมตรคลื่นเข้าถล่มชายหาดแหล่งท่องเที่ยวของไทย หลังจากนั้นเวลาประมาณ 09.00 น. คลื่นเคลื่อนตัวถล่มจังหวัดพังงา โดยเฉพาะที่เขาหลักคลื่นมีความสูงถึง 11.3 เมตร เข้าพัดถล่มหมู่บ้านน้ำเค็มและถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

เวลา 10.00 – 11.00 น. คลื่นเคลื่อนตัวเข้าถล่มหมู่เกาะมัลดีฟส์ ประเทศศรีลังกา และอินเดีย คลื่นมีความสูงกว่า 15 – 20 เมตร ผ่านถล่มตามแนวชายฝั่ง และคลื่นหมดพลังเมื่อพัดถล่มพื้นที่ชายฝั่ง แอฟริกาและเกาะมาดากัสการ์

ระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า

Published / by adminsforit

   เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ชาวโลกจดจำ และเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงคราม ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมาจบชีวิตลง ในเมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกระเบิดปรมาณูของสหรัฐทิ้งใส่ในวันที่ 6 สิงหาคม 1945

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นช่วงของชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิญี่ปุ่น เพื่อแสดงถึงประเทศมหาอำนาจประเทศต่างๆหลายประเทศถูกญี่ปุ่นยึดครองหรือแม้แต่ประเทศไทยเองที่ต้องยอมให้ญี่ปุ่นใช้เป็นทางผ่านเพื่อเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ประมาณการว่าญี่ปุ่นได้ยึดครองแผ่นดินและคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากในสมัยนั้น

ต่อมาทาง อเมริกา อังกฤษ แคนนาดา ได้ร่วมมือกันสร้างโครงการลับขึ้นมาภายใต้ชื่อว่า โครงการแมนฮัตตัน วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอาวุธที่มีการทำลายล้างสูงและมีประสิทธิภาพ หรือเรียกว่า อาวุธนิวเคลียร์ จุดประสงค์เพื่อทำลายฝ่ายญี่ปุ่น

ในวันที่ 6 สิงหาคม ปี 1945 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แฮร์รี เอส. ทรูแมน ได้ออกคำสั่งให้ทิ้งระเบิดปรมาณู จำนวน 2 ลูก ที่เมืองฮิโรชิม่า และ นางาซากิ หลังจากทางสหรัฐได้โจมตีด้วยระเบิดเพลิงกว่า 67 เมืองก่อนหน้านั้น ระเบิดลูกแรกชื่อว่า “ลิตเติลบอย” ถูกปล่อยลงที่เมืองฮิโรชิม่าตามด้วย “แฟตแมน” ลูกที่สองใส่เมืองนะงะซะกิโดยให้จุดระเบิดที่ระดับสูงเหนือเมืองเล็กน้อย นับเป็นระเบิดนิวเคลียร์เพียง 2 ลูกเท่านั้นที่นำมาใช้ในประวัติศาสตร์การทำสงคราม หลังจากระเบิดทั้ง 2 ลูกถูกปล่อย ทางการจักรวรรดิ ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อสงครามในทันที และลงนามในตราสารประกาศยอมแพ้สงครามมหาสมุทรแปซิฟิกที่นับเป็นการยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 กันยายน ปี 1945 พร้อมทั้งยอมรับห้ามให้มีระเบิดนิวเคลียร์และอาวุธชีวภาพ

โศกนาฎกรรมกระสวยอวกาศโคลัมเบีย

Published / by adminsforit

   เป็นโศกนาฏกรรมที่ นาซ่า ไม่มีวันลืม กระสวยอวกาศโคลัมเบีย เป็นกระสวยอวกาศลำแรกที่ใช้งานจริงของนาซา ซึ่งภารกิจแรกในเที่ยวบิน STS-1 ในวันที่ 12 เมษายน ถึง 14 เมษายน ในปี 1981 และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2003 กระสวยอวกาศโคลัมเบียได้เกิดอุบัติเหตุระเบิดขึ้นเหนือรัฐเทกซัสขณะกลับสู่โลก หลังภารกิจครั้งที่ 28 เสร็จสิ้น ทำให้ลูกเรือในยานทั้ง 7 คนเสียชีวิต

กระสวยอวกาศโคลัมเบีย เริ่มต้นสร้างขึ้นในปี 1975 หลังสร้างยานเสร็จยานได้ถูกส่งมาที่ศูนย์อวกาศจอร์นเอฟ เคนเนดี ในวันที่ 25 มีนาคม 1979 และปล่อยขึ้นอวกาศครั้งแรกในปี 1981 ซึ่งในการทดสอบปล่อยครั้งแรกทำให้ นักบินเสียชีวิต 2 คน เนื่องจากขาดอากาศหายใจ หลังจากได้มีการแก้ไขระบบและทดสอบหลายครั้ง กระสวยอวกาศโคลัมเบียปฏิบัติภารกิจแล้วทั้งสิ้น 28 ครั้ง และครั้งสุดท้ายคือ วันที่ 16 มกราคม 2003 ขณะที่ยานกลับลงสู่พื้นโลกหลังเสร็จสิ้นภารกิจการทดลองวิทยาศาสตร์นอกอวกาศ เป็นเวลา 16 วัน ตัวยานได้เกิดระเบิดขึ้นเหนือเขตรัฐเท็กซัส ทำให้เศษชิ้นส่วนยานเผาไหม้และกระจายตกลงมาบนพื้นโลก เหตุการณ์นี้ทำให้นักบินเสียชีวิตทั้งหมด

จากการสอบสวนสาเหตุการระเบิด สันนิฐานว่า ขณะที่ยานกำลังลงสู่พื้นโลกในระดับความสูง 62,000 เมตร เกิดจากส่วนโฟมกันความร้อน ขนาดยาวประมาณ 20 นิ้ว หลุดออกจากบริเวณถังเชื้อเพลิงด้านนอก และพุ่งมากระทบปลายปีกด้านซ้ายของกระสวยอวกาศ ทำความเสียหายให้กับแผ่นฉนวนกันความร้อน ซึ่งมีมากกว่า 20,000 แผ่น โดยแผ่นนี้จะทำหน้าที่กันความร้อนจากชั้นบรรยากาศขณะกลับลงพื้นโลก เป็นไปได้ว่าหากมีแผ่นใดแผ่นหนึ่งหลุดออกจะทำให้แรงอัดและฉีกตัวยานออก

ยูไนเต็ด 93 ความกล้าหาญเพื่อปกป้องประเทศชาติ

Published / by adminsforit

   ในวันที่ 11 กันยายน 2001 เหตุการณ์ช็อกโลกที่ไม่มีวันลืม เมื่อผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินจำนวน 4 ลำ เพื่อนำไปพุ่งชนตึกที่สำคัญของสหรัฐ ซึ่งจำนวน 3 ลำ ทำภารกิจสำเร็จแต่เครื่องบินอีกลำ ที่ทำไม่สำเร็จจากความกล้าหาญและการเสียสละ

ในช่วงเวลา 8.00-11.00 น. เครื่องบินทั้ง 3 ลำถูกจี้พุ่งชน ตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ นครนิวยอร์ก, ตึกเพนตากอน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เครื่องบินลำที่ 4 ของสายการบิน ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ออกจากท่าอากาศยาน ชาตินูอาร์ก ลิเบอร์ตี ที่เมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีจุดหมายปลายทางคือ ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก ที่ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยผู้ก่อการร้าย จำนวน 5 คนได้จี้เครื่องบินและบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังจุดหมายของการก่อการร้าย ผู้โดยสารจำนวน 37 คน และลูกเรือ 4 คน ต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว

เป้าหมายของมันอาจจะเป็น อาคารรัฐสภา หรือ ทำเนียบขาว ในระยะเวลากว่า 46 นาทีนั้นผู้โดยสารบางคนเริ่มคิดแผนการต่อสู้เพื่อชิงเครื่องบินกลับขึ้นมา เมื่อเวลา 10.03 น.เครื่องบินยูไนเต็ด 93 ตกที่บริเวณทุ่งโล่งที่ สโตนนีครีกทาว์นชิพ ใกล้เมืองแชงค์สวิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย แผนการใช้เครื่องบินเข้าก่อวินาศกรรมด้วยเครื่องยูไนเต็ด 93 ล้มเหลว

ภายหลังเมื่อเจ้าหน้าที่จากสำนักงานความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่งของสหรัฐ NTSB ได้พบกล่องดำ และกล่องบันทึกการสนทนาบนเครื่องบินจึงรู้ว่า ก่อนเครื่องตกผู้โดยสารได้ร่วมกันต่อสู่กับสลัดอากาศเพื่อยึดเครื่องคืน โดยได้ยินทั้งเสียงการสนทนาของสลัดอากาศ เสียงการต่อสู้ เสียงการทุบกระจก และเสียงกรีดร้องของผู้โดยสารคืนอื่นๆ

ในเหตุการณ์นี้เที่ยวบินที่ 93 เป็นเที่ยวบินเดียวที่ไม่ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย จากการจี้เครื่องบินทั้ง 4 ลำในวินาศกรรม 11 กันยายน หลายคนยกย่องผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้เป็นผู้กล้าหาญและมีการสดุดีแก่ผู้กล้าในวันที่ 11 กันยายน ของทุกปี

 

วินาศกรรม 11 กันยา เหตุการณ์ช็อกโลกที่ไม่มีวันลืม

Published / by adminsforit

  การก่อการร้ายที่ร้ายที่สุด เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 11 กันยายน 2001 เมื่อผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน 4 ลำ 2 ลำพุ่งชนตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ อีก 2 ลำพุ่งชนตึกเพนตากอน ของสหรัฐ เป็นการก่อวินาศกรรมที่ไม่มีใครลืมได้ จากเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศสหรัฐเข้มงวดเรื่องของตรวจตรามากยิ่งขึ้น

วันที่ 11 กันยายน 2001 ผู้ก่อการร้าย 19 คนจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอัลกออิดะฮ์ จี้อากาศยานโดยสาร 4 ลำ ในเวลาประมาณ 8.46 น. ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินสายการบิน ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 พุ่งชนตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ตึกที่ 1 (ตึกเหนือ)และเวลา 9.03 น. โจรอีก 5 คนได้นำเที่ยวบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 พุ่งเข้าชนตึกที่ 2 (ตึกใต้) และเวลา 9.37 น. เครื่องบินลำที่ 3 พุ่งชนตึกเพนตากอน ที่กรุง วอชิงตัน ดี.ซี.

เวลา 9.59 อาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ 2 (ตึกใต้) ถล่มลงมาทำให้ผู้ที่ติดอยู่ด้านบนอาคารเสียชีวิตทันที และผู้ที่อยู่บนท้องถนนต่างพากันหลบหนีจากเศษซากและควัน ต่อมาเวลา 10.28 น. อาคารฝั่งเหนือก็ถล่มซ้ำลงมาอีก ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างจากความเสียหายอย่างหนักนี้ ส่งผลให้อาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ อาคารที่ 7 ถล่มซ้ำอีกไม่กี่วัน

อาคารเพนตากอน ได้รับความเสียหายอย่างหนักมีเพลิงไหม้จนทำให้บางส่วนของอาคารถล่มลงมาด้วย มีการสั่งอพยพผู้คนออกจากตัวอาคาร รวมถึง พนักงานที่ทำงานในทำเนียบขาว เนื่องจากคาดว่าเครื่องบินลำที่ 4 ที่ถูกจี้ให้พุ่งชนทำเนียบขาว แต่สำหรับเครื่องบินลำที่ 4 เกิดความผิดพลาดเนื่องจากผู้โดยสารต่อสู้กับโจรบนเครื่องบินทำให้เครื่องตกลงกลางทุ่งที่ รัฐเพนซิลวาเนีย

มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 3,400 คน แบ่งเป็น เสียชีวิตบนเครื่องบิน 246 คน ในอาคารและพื้นดินของนครนิวยอร์ก 2,602 คน และในอาคารเพนตากอน 125 คน รวมถึงนักผจญเพลิงนครนิวยอร์ก 343 คน ตำรวจนครนิวยอร์ก 23 คน ตำรวจการท่าเรือของนิวยอร์กและนิวเจอร์ซี 37 คน และผู้สูญหายอีก 24 คน